UFABETWIN สเปรย์ลูกเซ็ตพีซ นวัตกรรมเปลี่ยนโลกจากไอเดียนักประดิษฐ์สติเฟื่องที่ถูกหัวเราะเยาะ

UFABETWIN

UFABETWIN เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทกับทุกเรื่องในชีวิต ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งการแข่งขันฟุตบอล

UFABETWIN เพราะฟุตบอลคือกีฬาที่ต้องใช้คนตัดสิน และการใช้ “คน” ตัดสินย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้เสมอ ดังนั้นเราจึงต้องมีทั้งเทคโนโลยีอย่าง โกลไลน์ และ วิเออาร์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งสองอย่างต้องใช้งบประมาณไม่น้อย ทำให้ไม่ใช่ทุกลีกบนโลกสามารถใช้งานมันได้

อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่ราคาไม่ถึง 300 บาท แต่กลับเป็นนวัตกรรมที่ทุกคนผู้เกี่ยวข้องต้องยกนิ้วให้ มันคือ “สเปรย์ล่องหน” อุปกรณ์ขั้นเทพที่ราคาแสนถูกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาโลกแตกในเกมฟุตบอลได้จริง แต่ก่อนทำกันยังไง ?

ฟรีคิก เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลมาอย่างยาวนาน มันนานจนไม่มีใครบันทึกไว้อย่างแน่ชัดว่าใครเป็นคนคิดค้นการฟาวล์ และ การเตะฟรีคิก เป็นคนแรก หลักฐานชิ้นที่ปรากฏคือมันมีอยู่ในกติการการแข่งขันฟุตบอลของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ในปี 1863 หรือเกือบ ๆ 200 ปีก่อน

เมื่อมีฟรีคิกก็ต้องมีกำแพง และกำแพงในสมัยก่อนก็ไม่ได้ถอยไปไกล 10 หลา (9.1 เมตร) แบบนี้ ว่ากันว่ากำแพงสมัยก่อนแทบจะยืนห่างจากจุดยิงฟรีคิกแค่ 1 เมตรเท่านั้น ระยะดังกล่าวนั้นใกล้มากเกินไปจนมีการร้องขอให้แก้กฎและเพิ่มระยะระหว่างจุดตั้งเตะกับกำแพงจึงไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีการตั้งกติกาอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2000

แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ใครบ้างที่ชอบไม่เอาเปรียบ ? แม้จะมีกฎแต่มนุษย์ก็ใช้สิ่งที่เรียกว่า “เล่ห์เหลี่ยม” ที่ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่เสมอ เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับจังหวะ “ขยับกำแพง” ขึ้นมาข้างหน้าให้ใกล้จุดยิงมากขึ้น ในระหว่างที่ผู้ตัดสินจัดระเบียบกำแพงอยู่แล้วถึงหันไปจัดระเบียบคนยิงประตู ช่วงเวลาพริบตาเดียวจาก 10 หลาก็อาจจะเหลือระยะห่างแค่ 7-8 หลาเท่านั้นถ้าผู้ตัดสินไม่ทันเกม

เมื่อมีคนเริ่มเอาเปรียบก่อน อีกฝ่ายก็คงไม่สามารถยอมได้ง่าย ๆ เรื่องอะไรที่จะยอมเสียเปรียบฝ่ายเดียว  เช่นกันเมื่อมีการขยับกำแพงให้ใกล้และกดดันคนเตะฟรีคิกมากขึ้น คนเตะฟรีคิกก็ใช้เหลี่ยมเดียวกันในการ “ขยับบอล” ให้เหมาะกับวิธีการเล่นลูกตั้งเตะของพวกเขา บางคนชอบขยับบอลให้ใกล้ บางคนก็ชอบขยับฟุตบอลให้ไกลกำแพงมากขึ้น

UFABETWIN

สิ่งเหล่านี้คือปัญหาโลกแตกจริง ๆ เพราะในขณะที่กรรมการสนใจฝั่งไหนอยู่

อีกฝั่งหนึ่งก็จะเริ่มใช้เหลี่ยมเอาเปรียบทันที ไม่น่าเชื่อว่าเราอยู่กับปัญหาโลกแตกแบบนี้มายาวนานเหลือเกิน และไม่มีใครคิดจะแก้ไขมันจริง ๆ และการชิงเหลี่ยมเรื่องกำแพงและจุดเตะฟรีคิกก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าเสน่ห์ของฟุตบอล แต่ที่สุดแล้วมันจะดีกว่าไหมหากสามารถทำทุกอย่างให้ถูกต้องแบบไร้ข้อครหา ?

สิ่งที่ใช้ไม่ต้องการอะไรมากและแทบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ของง่าย ๆ นั่นคือการ “มาร์กจุด” ให้เรียบร้อย แน่นอน และชัดเจน และใครจะไปเชื่อว่าปัญหาทั้งหมดที่อยู่คู่กับโลกฟุตบอลมากเกือบ 200 ปีจบลงง่าย ๆ ด้วยสเปรย์สีขาวกระป๋องละไม่ถึง 300 บาทกระป๋องเดียวเท่านั้น

ง่าย ๆ แต่ใครคิด ? แนวคิดเรื่อง สเปรย์มาร์กจุดตั้งเตะ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “สเปรย์ล่องหน” เกิดขึ้นในปี 2000 จากกลุ่มนักประดิษฐ์ที่ประเทศบราซิล นำโดยเจ้าของไอเดียอย่าง ไฮเน่ อัลเลมานจ์   พวกเขาใช้ของง่าย ๆ แบบนี้ในการแข่งขันฟุตบอล บราซิล ซีรีย์ เอ หรือลีกสูงสุดของประเทศบราซิลอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2000-01

เชื่อว่าแม้กระทั่งทุกวันนี้หลายคนก็น่าจะสงสัยว่าในกระป๋องสเปรย์ล่องหนมีอะไรบ้าง มีบางกระแสบอกว่ามันคล้าย ๆ กับโฟมโกนหนวด แต่จริง ๆ แล้ว 1 กระป๋องนั้นประกอบด้วยน้ำ 80% ก๊าซบิวเทน 17% สารลดแรงตึงผิว 1% และส่วนผสมอื่น ๆ อาทิ น้ำมันพืช อีก 2% .. “แค่นี้เอง” ส่วนผสมแค่นี้แหละที่เปลี่ยนโลกฟุตบอลอย่างแท้จริง

อัลเลมานจ์ไม่ได้คิดถึงแค่ตอนมาร์กเท่านั้น เพราะสเปรย์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษที่หลังจากฉีดลงไปที่พื้นสเปรย์จะยังคงอยู่ประมาณ 30-60 วินาที และจากนั้นก็จะสลายตัวไปเอง ซึ่งนั่นทำให้เจ้าสเปรย์นี้จะไม่รบกวนการแข่งขันเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าจบครบในกระป๋องเดียวอย่างแท้จริง

การนำมาใช้ในลีกบราซิลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนบอลและทีมที่ลงแข่งขัน ฝั่งผู้คิดค้นก็ไม่รอช้า พวกเขารู้แน่ว่าสเปรย์ล่องหนจะกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญของโลกฟุตบอล จึงเกิดการจดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในปี 2002

UFABETWIN

จากนั้นสเปรย์ล่องหนก็ถูกเอาไปทดลองใช้ในลีกต่าง ๆ มากขึ้น และไม่มีลีกไหนที่ไม่ถูกใจเจ้าสิ่งนี้

พวกเขาต่างพิจารณาที่จะเอาไปใช้กันจริงจังมากขึ้น มันยอดเยี่ยมจนถึงขึ้นที่ ฟิฟ่า ยังต้องเอาไปพิจารณาเพื่อใช้ในในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งหลังจากนั้นทุกลีกอาชีพบนโลกนี้ก็ใช้สเปรย์ดังกล่าวเป็นเครื่องมาร์กจุดอย่างพร้อมเพรียง

ไม่มีใครปฏิเสธผลลัพธ์ของสเปรย์ล่องหนได้ เหล่ากรรมการที่ใช้มันในการแข่งขันใหญ่ครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2014 อย่าง ฮาเวิร์ด เว็บบ์ กรรมการชื่อดังชาวอังกฤษยังต้องยกนิ้วให้ และบอกว่า “สเปรย์ล่องหนสามารถตรึงกำแพงให้อยู่กับที่ได้อยาชะงัดนัก และในทางกลับกันคนเตะฟรีคิกก็ได้รับการมาร์กจุดอย่างชัดเจน จากนี้ไปผมว่าลูกฟรีคิกจะเพิ่มความอันตรายให้กับเกมฟุตบอลมากขึ้น”

ขณะที่กรรมการชาวออสซี่อย่าง เบน วิลเลียมส์ ที่เป็นหนึ่งในผู้เคยใช้สเปรย์ล่องหนในโครงการนำร่องก่อนฟุตบอลโลก (ทดลองใช้ในฟุตบอลโลกยู-20) ก็พูดไม่ต่างกันว่าสเปรย์กระป๋องนี้จบเรื่องทุกอย่างได้โดยที่ผู้เล่นไม่ต้องมายืนเถียงกันให้เสียเวลาอีกต่อไป

“ผู้เล่นส่วนใหญ่เคารพเจ้าสเปรย์นี้ มันคือสุดยอดนวัตกรรมที่ผมรอมาตลอด เราเริ่มโครงการนี้ในช่วง 2 ปีก่อนฟุตบอลโลก และผลลัพธ์ก็ออกมาดีมาก เชื่อได้เลยว่าฟุตบอลโลก 2014 จะเป็นฟุตบอลโลกที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีอาชีพเป็นผู้ตัดสิน” กรรมการชาวออสซี่ กล่าว

หลังจากฟุตบอลโลก 2014 เริ่มแข่งขันและสเปรย์ล่องหนปรากฏต่อสายตาชาวโลกในเกมคู่เปิดสนามระหว่าง บราซิล กับ โครเอเชีย ช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่แค่จุดเปลี่ยนของวงการฟุตบอลเท่านั้น แต่มันยังเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ไฮเน่ อัลเลมานจ์ ผู้คิดค้นสเปรย์ล่องหนนี้ด้วย

ยิ่งค้นคว้าเรายิ่งค้นพบ  เรื่องของสเปรย์จบไปแล้ว เพราะหลังจากฟุตบอลโลก 2014 ทุกลีกชั้นนำก็พาเหรดกันใช้ต่อ ๆ กันไป แต่เรื่องของผู้คิดค้นอย่าง ไฮเน่ อัลเลมานจ์ นั้นไม่จบง่าย ๆ อัลเลมานจ์เล่าว่าช่วงที่เขาเห็นสิ่งของที่เขาคิดค้นขึ้นมาถูกนำไปใช้ในฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดในโลกมันทำให้เขาน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีที่เขาคิดค้นสเปรย์นี้ เขาตัดสินใจได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดแล้วในชีวิต

UFABETWIN

Author: admin